Famous people

posted on 03 Sep 2011 19:54 by plutoo
 
ชมพู่ อารยา เอ ฮาเก็ต
 
 
                            
 
 
 ชื่อ อารยา อัลเบอร์ต้า ฮาร์เก็ต (Araya Alberta Hargate) 
 ชื่อเล่น ชมพู่ นับถือศาสนาพุทธ ชมพู่เป็นลูกสาวคนเดียว
 วันเกิด 28/06/2524
 สูง 170 ซม. น้ำหนัก 47 กก. 
 งานอดิเรกที่ชอบคือ ช็อปปิ้ง ,ดูทีวี, อ่านหนังสือ
 รายการที่โปรดปราน : ข่าว
 ผลไม้ที่ชอบ : เชอรี่ และมะม่วง
 แนวภาพยนตร์ที่ชอบ : สืบสวน
 หนังสือที่ชอบ : นิตยสารทั่วไป 
 สีที่ชอบ : ทุกสี 
 เรียนมัธยมศึกษาที่โรงเรียน บดินทร์เดชา
 จบการศึกษาจากคณะศิลปาศาสตร์ เอกอังกฤษ มหาวิทยาลัย รังสิต
 กำลังศึกษาระดับปริญญาโท เอกจิตวิทยาฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 
 ดาราเพื่อนสนิท คือ กบ สุวนันท์ คงยิ่ง
 ความสามารถพิเศษ : ขับรถแข่ง ร้องเพลง 
 ที่อยู่สำหรับติดต่อ :บริษัท ดาราวีดีโอ จำกัด จำกัด 440/15-17 ชั้น 1-2 ซอยประชาชื่น 13 ถนนประชาชื่น บางซื่อ กรุงเทพฯ 10800
 
ผลงานในวงการบันเทิงบางส่วน
  ละครเรื่อง เพลงพราย ในปี 2541 
 ละครเรื่อง ละคร สวัสดี..คุณผู้ฟัง ในปี 2543 
  ละครเรื่อง ลูกไม้ไกลต้น ในปี 2543 
  ละครเรื่อง ร้ายเดียงสา ในปี 2543 
  ละครเรื่อง แม่มดเจ้าเสน่ห์ 
 ละครเรื่อง หัวใจในสูญญากาศ 
 ละครเรื่อง ตามล่าตามรัก 
 ละครเรื่อง แก้วตาหวานใจ 
 ละครเรื่อง หมอลำซัมเมอร์ 
 ละครเรื่อง หยดน้ำในตะวัน 
 ละครเรื่อง รหัสหัวใจ 
 ละครเรื่อง กลลวงรัก 
 ละครเรื่อง ผีเพี้ยน โฮเต็ล 
ละครเรื่อง ดวง ไฟในวายุ 
 ละครเรื่อง เปลวไฟในฝัน 
 ละครเรื่อง เพื่อนรัก เพื่อนร้าย 
 ละครเรื่อง รักแท้แซบหลาย 
 ละครเรื่อง โลกสองใบ ของนายเดียว 
 ละครเรื่อง แสงดาวแห่งหัวใจ
 ละครเรื่อง ฟ้าจรดทราย (วีรภาพ/พัชราภา/สันติ) 
 พิธีกรรายการ คันปาก
พิธีกรรายการ เส้นทางบันเทิง
 พิธีกรรายการ เที่ยงบันเทิง
 พิธีกรรายการ Sat Zone
 
รางวัลที่ได้รับบางส่วน

รางวัลโทรทัศน์ทองคำ สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากละครเรื่องดาวเปื้อนดิน

รางวัล Top Award สาขานักแสดงดาวรุ่ง จากละครเรื่องลูกไม้ไกลต้น

รางวัล เทพทอง บุคคลดีเด่นด้านวิทยุโทรทัศน์ ปี 2545 จากรายการ เปรี้ยวหวานมันเผา

รางวัล นักแสดงต่อต้านยาเสพติด ปี 2546

รางวัล FHM Sexiest women in Thailand 2007

รางวัล Hamburger Awards ครั้งที่ 5 สาขา Star in style

                                            

edit @ 3 Sep 2011 20:09:02 by ♥' gracee.

แบบฝึกหัดทบทวน

posted on 20 Aug 2011 16:04 by plutoo

1.มัลติมีเดียคืออะไร เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูลอย่างไร 

ตอบ   มัลติมีเดีย คือ การนำเสนอข้อมูลหลายๆรูปแบบพร้อมๆกัน เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูล คือ สามารถนำเสนอข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ ผู้รับข้อมูลสามารถเลือกรับข้อมูลได้ ไม่ต้องเรียงลำดับ และสามารถนำไปใช้ร่วมกับการนำเสนอข้อมูลแบบอื่นๆได้ เช่น ภาพยนตร์ เกม เป็นต้น
 

2.การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์อย่างไร

ตอบ   เพราะ เป็นการนำเสนอที่ครอบคลุมทั่วโลก สามารถนำเสนอข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ เชื่อมโยงไปยังแหล่งข้อมูลอื่นๆได้ รวมถึงสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆระหว่างผู้รับข้อมูลและผู้เสนอข้อมูลได้อีกด้วย และยังเก็บรักษาข้อมูลได้ดีกว่าเป็นเอกสารสิ่งพิมพ์
 

3. Microsoft   PowerPoint สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดได้บ้าง

ตอบ   Microsoft   PowerPoint สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบ ตัวหนังสือ รูปภาพได้แก่ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อไหว กราฟ แผนผัง แผนภูมิ และเสียง
 

4.การเชื่อมโยงภายในและภายนอก Microsoft PowerPoint แตกต่างกันอย่างไร

ตอบ   การเชื่อมโยงภายใจ คือการสร้างจุดเชื่อมโยงไปยังจุดหรือภาพนิ่งอื่นๆในไฟล์เดียวกัน แต่การเชื่อโยงภายนอก คือการเชื่อโยงไปยังแหล่งข้อมูลอื่นๆนอกไฟล์งาน
 

5.นอกจากคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลบ้าง

ตอบ   ยังมีโทรทัศน์  โปรเจคเตอร์  iPad  โทรศัพท์มือถือ
 

6.นักเรียนคิดว่าการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดสามารถทำได้ง่ายที่สุด เพราะเหตุใด

ตอบ   Microsoft PowerPoint เพราะ เป็นโปรแกรมที่จัดทำง่าย และมีการใส่เอกเฟคต่างๆเพื่อความเข้าใจของผู้ศึกษาได้มากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้ศึกษาเข้าใจง่ายและน่าสนใจกว่าโปรแกรมอื่น
 

7.  การตกแต่งเพิ่มเติมด้วยแม่แบบใน   Microsoft   PowerPoint   สามารถทำได้อย่างไร

ตอบ    ทำได้ด้วยการคลิกขวาบนพื้นที่ว่างแล้วเลือกออกแบบภาพนิ่ง จากนั้นเลือกใช้แ่ม่แบบการออกแบบที่แถบเครื่องมือ
 

8.การกำหนดกล่องข้อความหรือวัตถุให้เคลื่อนไหวใน Microsoft PowerPoint สามารถตั้งค่าได้ที่ใด

ตอบ   กำหนดได้โดยคลิกเลือกกล่องข้อความหรือวัตถุนั้นๆ แล้วคลิกขวาเลือกการเคลื่อนไหวแบบกำหนดเอง แถบเครื่องมือการเคลื่อนไหวแบบกำหนดเองจะขึ้นมา ให้เลือกคลิกที่เพิ่มลักษณะพิเศษ ตั้งค่าความเคลื่อนไหวที่ต้องการ ทดสอบแสดงการเคลื่อนไหวด้วยการคลิกไอคอนเล่น
 

9.ยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับนำเสนอข้อมูลตัวหนังสือหรือตัวอักษรมาอย่างน้อย 3 โปรแกรม

ตอบ   1.Microsoft PowerPoint
          2.Microsoft Excel
          3.Microsoft Outlook
  4.Microsolf Word
 

10. ถ้าไม่มีกล่องข้อความใน   Microsoft   PowerPoint   จะสามารถสร้างงานนำเสนอข้อมูลได้หรือไม่ อย่างไร

ตอบ   นำเสนอข้อมูลได้ โดยการเปลี่ยนวิธีการนำเสนอเป็นแบบอื่น เช่น รูปภาพ แผนภูมิ แผนผัง หรือกราฟ
 

11.เครื่องพิมพ์เป็นฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการนำเสนอข้อมูลด้วย Microsoft PowerPoint หรือไม่ อย่างไร

ตอบ   ไม่จำเป็น เพราะเนื่องจาก Microsoft PowerPoint สามารถนำเสนอข้อมูลได้เลย หรือนำเสนอผ่านเครื่องฉายสไลด์โดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องพิมพ์พิมพ์งานนำเสนอออกมา 
 

12.  Microsoft   PowerPoint  สามารถแทรกรูปภาพ ภาพยนตร์ และเสียงได้หรือไม่ ถ้าได้มีวิธีการอย่างไร

ตอบ     สามารถแทรกได้โดย 
   1.การแทรกรูปภาพ ทำได้โดยคลิกแทรกที่แถบเมนู เลือกรูปภาพ แล้วเลือกจากแฟ้มจะพบหน้าต่างแทรกรูปภาพ เลือกพื้นที่ที่บันทึกรูปภาพนั้น คลิกรูปภาพที่ต้องการ แล้วคลิกแทรก
           2.การแทรกภาพยนตร์และเสียง ทำได้โดยใช้วิธีเดียวกับการแทรกรูปภาพแต่เลือกเป็นแทรกภาพยนตร์และเสียง
 

13.การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผัง และกราฟดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือหรือตัวอักษรอย่างไร

ตอบ   การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผัง และกราฟดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือหรือตัวอักษร เพราะ มีความเป็นระเบียบ เห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน ทำให้ผู้ศึกษาสามารถเข้าใจได้มากกว่า

14.การสร้างงานนำเสนอด้วย Microsoft PowerPoint สำหรับผู้รับข้อมูล 20 คนพร้อมกันจะต้องใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ใดบ้าง

ตอบ   ถ้าเป็นฮาร์ดแวร์ ได้แก่ คอมพิวเตอร์ เมาส์ คีย์บอร์ด จอโปร์เจคเตอร์ ลำโพง ไมค์ เป็นต้น ส่วนซอฟต์แวร์ที่ใช้ได้แก่ โปรแกรมนำเสนองาน เช่นโปรแกรม Microsoft PowerPoint  เป็นต้น

15.ยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการนำ เสนอข้อมูลในรูปแบบตัวหนังสือหรือตัวอักษร รูปภาพหรือภาพนิ่ง แผนภูมิ แผนผัง กราฟ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกัน

ตอบ   เทคโนโลยีที่ส่งเสริมการนำ เสนอข้อมูลในรูปแบบตัวหนังสือหรือตัวอักษร รูปภาพหรือภาพนิ่ง แผนภูมิ แผนผัง กราฟ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกัน เช่น คอมพิวเตอร์  โทรศัพท์มือถือ  โน๊ตบุ๊ค  iPad  


ภาษาคอมพิวเตอร์

posted on 09 Jul 2011 20:10 by plutoo
ภาษาเบสิก
 

เนื้อหา
ภาษาเบสิก (BASIC LANGUAGE) ย่อมาจากคำว่า BASIC ไม่ได้แปลว่าพื้นฐาน หรือเบื้องต้น ตามพจนานุกรมภาษาอังกฤษแต่คำว่า BASIC เป็นคำย่อ ๆ ซึ่งมาจากคำเต็มๆ โดยนำตัวอักษรตัวแรกมาเขียนเรียงกันซึ่งคำเต็ม ๆ ก็คือ
Beginner's All-purpose Symbolic Instruction Code
โปรแกรมภาษาเบสิกเป็นโปรแกรมภาษาระดับสูง (High Level language) มีการพัฒนาขึ้นในปี ค.ศ. 1960 โดยศาสตราจารย์จอนห์ เคเมนี (John Kemeny) และศาสตราจารย์โทมัส เคอตซ์ (Thomas Kurtz) แห่งวิทยาลัยดาร์ตเม้าท์ สหรัฐอเมริกา
การจะสั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานได้ตามที่เราต้องการ โดยการใช้โปรแกรมภาษาระดับสูงอย่างภาษาเบสิกในการสั่งเราเรียกว่า การเขียนโปรแกรม ในความหมายของการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หมายถึง การเขียนคำสั่งตั้งแต่ 1 คำสั่งขึ้นไป เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงานอย่างที่ต้องการ เนื่องจากคอมพิวเตอร์สามารถรับรู้คำสั่งได้ค่อนข้างจำกัด ดังนั้นการเขียนคำสั่งแต่ละคำสั่งต้องอยู่ในรูปแบบ และเป็นไปตามหลักไวยากรณ์


ค่าคงที่ (Constants)
ค่าคงที่หมายถึง ค่าของข้อมูลที่มีค่าแน่นอนไม่เปลี่ยนแปลง ค่าคงที่สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ
1. ค่าคงที่ที่เป็นจำนวน (Numeric Constants) หมายถึง ค่าคงที่ที่เป็นจำนวนและนำไปใช้ในการคำนวณ จะเป็นจำนวนเต็ม หรือทศนิยมก็ได้
2. ค่าคงที่ทางตรรกศาสตร์ (Logical Constants) หมายถึง ค่าคงที่ที่แสดงถึงความเป็นจริง (True) หรือเท็จ (False) ในภาษาเบสิกสำหรับคอมพิวเตอร์บางระบบกำหนดให้ 1 แทนจริงและ 0 แทนเท็จ
3. ค่าคงที่อักขระ (String Constants) หมายถึง ตังอักษรตั้งแต่ 1 ตัวขึ้นไป หรือเป็นตัวเลขปนก็ได้ ตัวอักขระจะเป็นข้อความที่มีความยาวได้ระหว่าง 1 ถึง 255 ตัวอักษร การเขียนค่าคงที่อักขระจะต้องอยู่ภายในเครื่องหมายคำพูดเสมอ

ตัวแปร (Variables)
ตัวแปร หมายถึง ชื่อที่ผู้เขียนโปรแกรมกำหนดขึ้นเพื่อใช้เก็บหรือแทนข้อมูล ตัวแปรจึงเป็นเสมือนชื่อกล่องที่เก็บข้อมูล การตั้งชื่อตัวแปรจะเป็นตัวอักษรทั้งหมดหรือมีตัวเลขปนก็ได้ แต่ละตัวแปรจะต้องขึ้นต้นด้วยตัวอักษรเสมอ เช่น NAME SCORE X3
การตั้งชื่อตัวแปรควรตั้งชื่อให้สื่อความหมายเพื่อผู้ใช้จะได้เข้าใจง่าย ตัวแปรแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ
1. ตัวแปรจำนวน (Numeric Variables) คือบอกให้รู้ว่าข้อมูลที่เก็บอยู่เป็นจำนวน
2. ตัวแปรอักขระ (String Variables) คือ ตัวแปรที่จะบอกให้รู้ว่าเก็บข้อมูลอยู่ในรูปตัวอักษรหรือข้อความต่าง ๆ เช่น ชื่อบ้านเลขที่ จะต้องปิดท้ายด้วยเครื่องหมาย $ เช่น NAME$ ADDRESS$

โอเปอเรชั่นในการคำนวณ การเปรียบเทียบและตรรกศาสตร์
ในการที่จะสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำการคำนวณหรือเปรียบเทียบนั้น จะต้องมีสัญลักษณ์แทนโอเปอเรชั่นต่าง ๆ เพื่อบอกคอมพิวเตอร์ว่าเป็นการคำนวณ หรือ การเปรียบเทียบ ดังนี้

1. สัญลักษณ์ในการคำนวณ ซึ่งจะใช้ในการคำนวณทางคณิตศาสตร์ ได้แก่

สัญลักษณ์
ความหมาย  
ตัวอย่าง
+
บวก
A+B
-
ลบ
145-45
*
คูณ
6*9
/
หาร
120/12
^
ยกกำลัง
Y^3

                                                  
สำหรับเครื่องหมายบวก เราสามารถใช้เครื่องหมายบวกในการเชื่อมค่าคงที่ ที่เป็นอักขระหรือ ตัวแปรอักขระก็ได้ ซึ่งจะหมายถึงการให้นำตัวอักขระหรือค่าที่เก็บในตัวแปรอักขระมาต่อกัน เช่น “GOOD”+”MORNING”,A$+B$

2. สัญลักษณ์แสดงการเปรียบเทียบ ใช้เปรียบเทียบจำนวนและเปรียบเทียบอักขระ

สัญลักษณ์
ความหมาย  
ตัวอย่าง
=
เท่ากับ
X=Y
<
น้อยกว่า
“ANT”>”BOY”
>
มากกว่า
SCORE>80
<=
น้อยกว่าหรือเื่ท่ากับ
IQ<=40
>=
มากกว่าหรือเท่ากับ
PERCENT>=90
<>หรือ ><
ไม่เท่ากับ
X<>0

3. สัญลักษณ์ตรรกศาสตร์

สัญลักษณ์
ความหมาย  
ตัวอย่าง
NOT
ไม่ใช่
NOT A(ถ้า A เป็นจริง (-1) ก็จะกลับเป็น 0 คือ เท็จ)
AND
และ
X AND Y (จะเป็นจริงเมื่อ XและY เป็นจริงทั้งคู่)
OR
หรือ
A OR B(OR จะเป็นจริง ถ้าจริงเพียงกรณีเดียว)

ขั้นตอนการทำงานของโอเปอเรชั่น
เนื่องจากสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่อยู่ในนิพจน์มีลำดับขั้นในการทำงานที่แตกต่างกัน ดังนั้น เมื่อเขียนนิพจน์จะต้องทราบว่า สัญลักษณ์ใดทำงานก่อนหรือหลัง ผลการคำนวณจึงจะออกมาถูกต้อง
สัญลักษณ์คำนวณมีลำดับในการทำงาน ดังนี้
      ลำดับที่ 1 วงเล็บ ( )
      ลำดับที่ 2 ยกกำลัง ^
      ลำดับที่ 3 คูณและหาร *,/
      ลำดับที่ 4 บวกและลบ +,-

ตัวอย่างที่ 1.1    5 + 2 – 3 - 2  มีลำดับการทำงานดังนี้
      ขั้นที่ 1    7 – 3 - 2
      ขั้นที่ 2    4 - 2
      ขั้นที่ 3    2

ตัวอย่างที่ 1.2    5 / 2 - 3.5 * 2 - 3 มีลำดับการทำงานดังนี้
      ขั้นที่ 1   2.5 - 3.5 * 2 - 3
      ขั้นที่ 2   2.5 – 7 - 3
      ขั้นที่ 3   -4.5 - 3
      ขั้นที่ 4   -7.5

ตัวอย่างที่ 1.3   จงหาผลลัพธ์ของ 16 / 2 * 4 – 3 ^ 2 + 10
เครื่องจะคำนวณตามลำดับดังนี้
      1. 16 / 2 * 4 – 3 ^ 2 + 10   จะคำนวณ 3^2 =9
      2. 16 / 2 * 4 – 9 + 10         จะคำนวณ 16/2 =8
      3. 8 * 4 – 9 + 10                 จะคำนวณ 8*4 =32
      4. 32 – 9 + 10                    จะคำนวณ 32-9 =23
      5. 23 + 10                          จะคำนวณ 23+10 =33

 

edit @ 9 Jul 2011 20:16:08 by ♥' gracee.